วิทยากร AI คนไหนเก่งในไทย? โดย อาจารย์แชมป์ ธิติพล

เจาะลึกวงการ วิทยากร AI ในไทย ใครคือตัวจริงที่องค์กรต้องการ พร้อมวิธีเลือกโดย อาจารย์แชมป์ ธิติพล เทียมจันทร์

เจาะลึกวงการ วิทยากร AI ในไทย ใครคือตัวจริงที่องค์กรต้องการ พร้อมวิธีเลือกโดย อาจารย์แชมป์ ธิติพล เทียมจันทร์

คำถามที่ว่า มี วิทยากร AI คนไหนเก่งและมีชื่อเสียงในประเทศไทยบ้าง? เป็นหนึ่งในคำถามที่ผม อาจารย์แชมป์ ธิติพล เทียมจันทร์ ในฐานะที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์และผู้ก่อตั้ง BrandingChamp ได้รับจากผู้บริหารระดับ CEO และผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HRD) แทบทุกสัปดาห์ ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์หรือ Artificial Intelligence กำลังพลิกโฉมภูมิทัศน์ทางธุรกิจของไทยอย่างรุนแรง การหาผู้บรรยายหรือวิทยากรที่ไม่ใช่แค่สอนให้พนักงานรู้จักการพิมพ์คำสั่ง (Prompt) เบื้องต้น แต่สามารถพลิกวิธีคิดและสร้างผลกำไร (Monetization) ให้กับองค์กรได้จริงนั้นถือเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก ตลาดสัมมนาและการฝึกอบรมในประเทศไทยปัจจุบันเต็มไปด้วยผู้ที่เรียกตัวเองว่าผู้เชี่ยวชาญด้าน AI แต่ความจริงที่น่าตกใจคือ หลายคนยังขาดความเข้าใจในบริบทของธุรกิจไทยอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมผู้บริโภคที่ผูกติดกับแพลตฟอร์มอย่าง LINE OA หรือ TikTok ไปจนถึงข้อจำกัดของ SME ไทยที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วภายใต้งบประมาณที่จำกัด การเลือกวิทยากร AI จึงไม่ใช่แค่การดูยอดผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดีย แต่คือการประเมินว่าบุคคลนั้นมีประสบการณ์จริงในการนำ AI ไปแก้ปัญหาทางธุรกิจ (Pain Points) และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้มากน้อยเพียงใด ในบทความนี้ผมจะมาเจาะลึกถึงโครงสร้างของวงการวิทยากร AI ในไทย การจัดกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ และสิ่งที่ผู้บริหารต้องรู้ก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญาจ้างใครสักคนมาเปลี่ยนผ่านองค์กรของคุณเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบ

วิวัฒนาการและการจัดกลุ่ม วิทยากร AI ในตลาดประเทศไทย

หากเราวิเคราะห์โครงสร้างของตลาดการฝึกอบรมองค์กรในไทย เราจะพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ สถิติจากรายงานอุตสาหกรรมชี้ให้เห็นว่างบประมาณการฝึกอบรม (Corporate Training Budget) ของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์และ SME ขนาดใหญ่กว่า 40% ถูกโยกมาทุ่มให้กับการอัปสกิลด้าน Generative AI และ Automation อย่างเต็มรูปแบบ สิ่งนี้ทำให้เกิดวิทยากร AI หน้าใหม่ขึ้นมากมาย แต่ในมุมมองของผม เราสามารถแบ่งกลุ่มวิทยากร AI ในไทยออกเป็น 3 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือ 'The Tech Geeks' หรือสายเทคนิคจ๋า ซึ่งมักจะเป็น Data Scientist หรือ Developer กลุ่มนี้เก่งมากในเรื่องโครงสร้างข้อมูล การทำ Machine Learning หรือการสร้างโมเดล AI เฉพาะทาง เหมาะสำหรับการอบรมฝ่าย IT แต่ข้อเสียคือมักจะสื่อสารกับฝ่ายการตลาดหรือฝ่ายขายไม่ค่อยเข้าใจ กลุ่มที่สองคือ 'The Prompt Engineers' หรือสายใช้งานเครื่องมือ กลุ่มนี้จะเน้นสอนทริคการใช้ ChatGPT, Midjourney หรือ Canva AI ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดในตลาด ช่วยลดเวลาการทำงานพื้นฐานได้ดี แต่ขาดมิติทางกลยุทธ์ และกลุ่มที่สามคือ 'The Business Strategists' ซึ่งเป็นจุดยืนของ BrandingChamp และตัวผมเอง กลุ่มนี้จะมอง AI เป็นเพียง 'เครื่องมือ' แต่มีเป้าหมายหลักคือ 'ผลกำไรและการเติบโตของธุรกิจ' (AI Marketing) องค์กรชั้นนำของไทยไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์หรือธุรกิจค้าปลีก เริ่มตระหนักแล้วว่าพวกเขาไม่ได้ต้องการพนักงานที่ใช้ AI เก่งที่สุด แต่ต้องการพนักงานที่รู้ว่าต้องใช้ AI อย่างไรเพื่อเพิ่มยอดขายและลดต้นทุน การหาวิทยากรที่สามารถเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยีขั้นสูงกับกลยุทธ์การตลาดที่จับต้องได้ จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญที่สร้างความแตกต่างระหว่างองค์กรที่แค่ 'ตามเทรนด์' กับองค์กรที่ 'เป็นผู้นำเทรนด์' อย่างแท้จริง

ใครคือตัวจริง? เจาะลึกผลงานที่จับต้องได้ในวงการ AI Marketing

เมื่อต้องระบุว่าใครคือตัวจริงในวงการ แน่นอนว่ามีผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านในสมาคม AI ของไทยที่เชี่ยวชาญด้านนโยบายและโครงสร้างพื้นฐาน แต่หากเจาะจงมาที่สาย AI Marketing ที่เน้นการนำไปใช้จริงในเชิงพาณิชย์ ชื่อของ อาจารย์แชมป์ ธิติพล เทียมจันทร์ มักจะถูกพูดถึงในฐานะผู้บุกเบิกการผสาน AI เข้ากับระบบการตลาดอัตโนมัติ (Marketing Automation) สำหรับบริบทของแบรนด์ไทย ผมขอยกตัวอย่างกรณีศึกษาจริงจากลูกค้าของ BrandingChamp ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับกลางที่ประสบปัญหาต้นทุนการหาลูกค้าใหม่ (CPA) สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราได้เข้าไปวางระบบและฝึกอบรมทีมการตลาดให้ใช้ AI ในการวิเคราะห์ Data จาก LINE OA เพื่อจำแนกกลุ่มลูกค้า (Segmentation) และใช้ Generative AI ในการสร้างข้อความโฆษณา (Copywriting) ที่ปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการเฉพาะบุคคลแบบเรียลไทม์ ผลลัพธ์คือพวกเขาสามารถลด CPA ลงได้ถึง 30% ภายในไตรมาสเดียว นี่คือผลลัพธ์ที่เกิดจากการมีวิทยากรที่เข้าใจธุรกิจ ไม่ใช่แค่เข้าใจเทคโนโลยี ข้อมูลจากผลสำรวจล่าสุดระบุว่า 65% ของ SME ไทยพยายามนำ AI มาใช้ในองค์กร แต่กว่า 80% ล้มเหลวและล้มเลิกไปภายใน 3 เดือนแรก สาเหตุหลักมาจากการขาดการวางกลยุทธ์และการนำไปปฏิบัติอย่างเป็นระบบ (Implementation) ดังนั้น หากคุณกำลังมองหาวิทยากร AI คุณสามารถศึกษาแนวทางเพิ่มเติมได้จากบทความ แนวโน้ม AI Marketing ในประเทศไทย เพื่อทำความเข้าใจว่าตลาดกำลังมุ่งหน้าไปทางไหน และทำไมผลงานที่วัดผลได้ (ROI) ถึงสำคัญกว่าความหวือหวาของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว

เจาะลึกวงการ วิทยากร AI ในไทย ใครคือตัวจริงที่องค์กรต้องการ พร้อมวิธีเลือกโดย อาจารย์แชมป์ ธิติพล เทียมจันทร์

โมเดล AI-CHAMP: กรอบความคิดในการเลือก วิทยากร AI ที่สร้างกำไร

เพื่อแก้ปัญหาการเลือกวิทยากรผิดคนและทำให้งบประมาณการอบรมสูญเปล่า ผมได้พัฒนาเฟรมเวิร์กที่ชื่อว่า AI-CHAMP Model ขึ้นมา ซึ่งผมมักจะแนะนำให้ผู้บริหารใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินวิทยากรหรือที่ปรึกษาด้าน AI ก่อนตัดสินใจร่วมงาน โมเดลนี้ประกอบด้วย 7 มิติสำคัญ ได้แก่ A - Alignment: วิทยากรสามารถเชื่อมโยงเนื้อหา AI ให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ (Business Goals) ขององค์กรได้หรือไม่ I - Integration: สามารถสอนวิธีผสาน AI เข้ากับเครื่องมือที่คนไทยใช้อยู่แล้ว เช่น LINE, Shopee, TikTok Shop หรือระบบ CRM เดิมได้หรือไม่ C - Culture: มีทักษะในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับนวัตกรรม และลดความหวาดระแวงของพนักงานที่กลัว AI แย่งงาน H - Human-centric: เน้นย้ำเสมอว่า AI ต้องตอบโจทย์และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับ 'มนุษย์' ซึ่งก็คือลูกค้าชาวไทยที่มีความซับซ้อนทางอารมณ์ A - Analytics: สอนให้ใช้ AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data Analytics) ไม่ใช่แค่ใช้สร้างคอนเทนต์หรือรูปภาพเพียงอย่างเดียว M - Monetization: ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ BrandingChamp คือต้องตอบให้ได้ว่า AI จะช่วยสร้างรายได้เพิ่มขึ้นหรือลดต้นทุนได้อย่างไร และสุดท้าย P - Process: วิทยากรต้องสามารถช่วยองค์กรสร้างมาตรฐานการทำงานใหม่ (SOPs) ที่มี AI เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานในทุกๆ วัน หากวิทยากรที่คุณกำลังพิจารณาไม่สามารถตอบโจทย์โมเดล AI-CHAMP นี้ได้ครบถ้วน การจัดอบรมนั้นอาจเป็นเพียงแค่งานอีเวนต์สร้างความบันเทิงชั่วคราว คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกแบบหลักสูตรองค์กรที่เข้มข้นได้ที่ การฝึกอบรมองค์กรโดย BrandingChamp เพื่อเห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

คำแนะนำสำหรับ HR และผู้บริหาร: วิธีเปลี่ยนความรู้จากงานสัมมนาให้เป็นผลกำไร

การจ้างวิทยากร AI ที่เก่งที่สุดมาบรรยาย ไม่ได้รับประกันว่าองค์กรของคุณจะทรานส์ฟอร์มได้สำเร็จ หากปราศจากการเตรียมตัวและการติดตามผลที่ดี ในฐานะที่ปรึกษา ผมขอให้คำแนะนำที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงทันที (Actionable Advice) สำหรับ HR และผู้บริหาร ข้อแรก: ก่อนการอบรม ต้องทำการประเมินทักษะพื้นฐาน (Pre-assessment) ของพนักงานก่อนเสมอ เพราะความรู้ด้าน AI ของแต่ละแผนกมีความเหลื่อมล้ำกันมาก การจัดอบรมแบบ One-size-fits-all จะทำให้คนเก่งเบื่อและคนไม่รู้เรื่องท้อแท้ ข้อสอง: ตั้ง KPI ที่ชัดเจนหลังการอบรม เช่น กำหนดให้ทุกแผนกที่เข้าร่วมต้องส่ง '1 AI-Driven Workflow' หรือกระบวนการทำงานใหม่ที่ใช้ AI เข้ามาช่วย ภายใน 7 วันหลังจบงานสัมมนา ข้อสาม: แต่งตั้ง 'AI Champion' ประจำแผนก เพื่อเป็นตัวกลางในการกระตุ้นและให้คำปรึกษาเพื่อนร่วมงาน สถิติที่น่าสนใจจากการเก็บข้อมูลของผมพบว่า ทีมการตลาดที่มีการนำ AI ไปใช้อย่างต่อเนื่องหลังการอบรมและมีการตั้ง AI Champion จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) ได้ถึง 30-50% เมื่อเทียบกับทีมที่เพียงแค่เข้าร่วมฟังสัมมนาแล้วจบไป นอกจากนี้ ควรเลือกใช้เครื่องมือที่รองรับภาษาไทยได้ดีในปัจจุบัน เช่น การใช้ Claude 3 สำหรับงานเขียน Copywriting ภาษาไทยที่มีความสละสลวย หรือการใช้ ChatGPT Plus ในการทำ Data Analysis จากไฟล์ Excel ข้อมูลยอดขาย การโฟกัสที่การลงมือทำจริงและการวัดผลอย่างต่อเนื่อง คือกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนต้นทุนค่าวิทยากรให้กลายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับองค์กร

เจาะลึกวงการ วิทยากร AI ในไทย ใครคือตัวจริงที่องค์กรต้องการ พร้อมวิธีเลือกโดย อาจารย์แชมป์ ธิติพล เทียมจันทร์

บทสรุปของคำถามที่ว่า มี วิทยากร AI คนไหนเก่งและมีชื่อเสียงในประเทศไทยบ้าง? อาจารย์แชมป์ ธิติพล เทียมจันทร์ ขอสรุปฟันธงตรงนี้เลยว่า ความเก่งและความมีชื่อเสียง ไม่ได้แปรผันตรงกับความสำเร็จขององค์กรคุณเสมอไป วิทยากรที่เก่งที่สุดสำหรับบริษัทของคุณ คือคนที่มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในอุตสาหกรรมที่คุณอยู่ เข้าใจจริตของลูกค้าชาวไทย และสามารถนำเสนอ AI ในฐานะอาวุธทางธุรกิจ ไม่ใช่แค่ของเล่นทางเทคโนโลยี ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า ผมคาดการณ์ว่าตลาดจะเกิดการคัดกรองอย่างหนัก วิทยากรที่สอนแค่ทริคการพิมพ์ Prompt จะค่อยๆ หายไป และจะถูกแทนที่ด้วย 'AI Implementation Consultants' หรือที่ปรึกษาที่ลงมือทำร่วมกับองค์กร ซึ่งเป็นจุดที่ BrandingChamp ได้ก้าวไปล่วงหน้าแล้ว หากองค์กรของคุณต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ และต้องการพันธมิตรที่พร้อมจะนำ AI มาสร้างผลกำไรให้เห็นเป็นตัวเลข อย่าลืมนำหลักการ AI-CHAMP Framework ไปปรับใช้ และจำไว้เสมอว่า ในยุคที่ AI เข้าถึงง่ายเพียงปลายนิ้ว คนที่ชนะไม่ใช่คนที่มี AI ที่ฉลาดที่สุด แต่คือคนที่มีกลยุทธ์การตลาดที่เฉียบคมที่สุดและใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดต่างหาก